รักษ์เขาชะเมา น้ำใจคือทุนที่ยั่งยืน
   อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา คือผืนป่าตะวันออกติดต่อกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
อ่างฤาไน ที่นี่เองคือจุดเริ่มต้นของความคิดรักป่าของเด็กๆ ในนามกลุ่มรักษ์
เขาชะเมา ไม่เกินไปนักหากจะกล่าวว่า
   วันนี้กลุ่มเยาวชนกลุ่มเล็กๆ ในตลาดเขาดินอำเภอแกลง จังหวัดระยอง
จะเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในแวดวงของหน่วยงาน
ภาครัฐและเอกชน ทั้งในระดับภาคและประเทศ
 
กิจกรรมคือเป้าหลอมทางความคิด
  อี๊ด (มลฑา เข้มพิมพ์)และแฟ็บ(บุบผาทิพย์ แช่มนิล)คือเสาหลักในการเริ่มต้นและ
ร่วมกันก้าวไปพร้อมๆ กับเด็กและเยาวชนในกลุ่ม พี่อี๊ดของน้องๆ
บอกให้พวกเราว่า
อี๊ด เป็นคนชัยนาท“ ทันทีที่เรียนจบก็นำความหวังว่าจะเรียน
โบราณคดีเข้าสู่สนามเอ็นทรานเช่นเดียวกับเด็กในวัยเดียวกัน และความผิดหวัง
ก็นำเธอมาสู่รั่วรามคำแหง และที่นี้เองเป็นจุดเริ่มต้น ของความรู้สึก
ที่อยากจะร่วมสร้างสรรค์สังค
 
 

   ไม่นานหลังจากนั้น อี๊ดก็ได้นำตัวเองเข้าสู่กิจกรรมนักศึกษาตามคำชวนจากรุ่นพี่ และที่นี่เองได้ทำให้โลกทัศน์ในการมองชีวิตและการเรียนรู้ต่างออกไป
พร้อมกับการได้เพื่อนสนิทรุ่นพี่รุ่นน้องหลายๆ คนและ “แฟ็บ”ก็เป็นมิตรที่เพิ่มเข้ามาในชีวิตอีกคนหนึ่ง “
   ตอนแรกๆ ไม่ค่อยได้คุยกัน เพราะอี๊ดเป็นคนไม่ค่อยพูดแต่แฟ็บเป็นคนคุยเก่ง และมาสนิทกันและเริ่มเรียนรู้นิสัยใจคอกัน ตอนที่โบกรถเทียวด้วยกัน

 
  แต่นั้นมาก็ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด”นอกจากมิตรภาพแล้วงานกิจกรรมยังทำให้ได้เรียนรู้แนวคิดการมองสังคม การเมือง ได้อ่านหนังสือดีๆ เช่นเรื่องแม่ของแม็กซิมกอกี้ และอีกหลายเล่ม มันทำให้เรามีแนวคิดที่ชัดเจนมากขึ้น”
 
หลังจากเกิดเหตุการณ์พฤษภา ปี 35 แฟ็บตัดสินใจกลับบ้านจากคำเรียกร้องของทางบ้านเพื่อให้ช่วย
กิจการที่บ้าน และด้วยความสนิทสนมกัน อี๊ดยังคงติดต่อกัน และไปมาหาสู่กันอย่างสม่ำเสม
 
ร้านหนังสือน้ำใจ ก่อรูปความฝันเริ่มและแรงยุคือทุนน้ำใจ
แฟ็บเริ่มต้นกิจการเล็กๆ โดยเบ่งพื้นที่กับทางบ้านซึ่งทำกิจการร้านขายยาในตลาดเขาดิน ทำร้านหนังสือเช่า จากร้านนี้เองที่ทำให้เด็กในตลาดเริ่มเข้ามาหา และเป็นการเริ่มต้นมิตรภาพที่ดีต่อกัน จากนั้นทุกๆ วันเสาร์อาทิตย์ อี๊ดและแฟ็บ จะพาเด็กๆ ขี่มอเตอร์ไซ หรือไม่ก็โบกรถ ไปสู่อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง เพื่อท่องเที่ยวดูนก
 
ทำอยู่อย่างนั้นไม่นาน ก็มีคำยุจากกัณญาณมิตรคนแรกที่เข้ามาเยี่ยม หนุ่ย กลุ่มยายกับตา จังหวัดเพรชบุรี เพื่อนจากงานกิจกรรม “ทำกลุ่มเยาวชนซิ เอ็งทำได้” หนุ่ยชวนอย่างกระตือรือร้น เมื่อเห็นน้องๆ ที่เข้ามาในร้าน
 
จากคำยุนั้นทำให้เกิดแรงส่ง ค่ายเล็กๆจึงเกิดขึ้น “สานฝันสู่ป่าสวย” เป็นค่ายที่นำเด็กๆ ไปสู่การบำเพ็ญประโยชน์ ให้อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง เช่นการช่วยลบผนังถ้ำ การเก็บขยะบริเวณนำตก การปลูกป่าเป็น ฯลฯ “เริ่มจากการใช้สตางค์ไม่กี่บาท เด็กๆ ห่อข้าวจากบ้านมา แล้วก็ขอรับบริจาคจากในชุมชนและเพื่อนๆ” ทำอยู่สองสามปีความดีก็ไปปรากฏอยู่ในใจใครๆ หลายๆ คน ผอ.สุชัย โอมอภิญญาณผู้อำนวยการส่วนนันทนาการและสื่อความหมายธรรมชาติกรมอุทยาน ซึ่งทำงานที่อุทยานแห่งชาติเขาชะเมาในขณะนั้น (ปี2540) ก็เข้ามาส่งเสริมโดยการอำนวยความสะดวกทุกอยากที่จะทำได้ เพื่อให้เด็กๆ ได้ทำกิจกรรม
 
จากงานบำเพ็ญสู่การเรียนรู้ที่จะมีส่วนร่วม
  จากนั้นไม่นานสมาชิกก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ก็เริ่มเห็นว่า งานบำเพ็ญนี่ไม่พอสำหรับการเรียนรู้ของเด็กๆ จึงเริ่มคิดทำค่ายที่เน้นเรื่องการศึกษา “เรามีพื้นฐานจากงานกิจกรรมนักศึกษาอยู่แล้ว ค่ายต่อๆมาจึงเริ่มมีแนวทางในการเรียนรู้ด้านอื่นๆ ด้วย ซึ่งก็มาจากเพื่อนๆที่เรารู้จักตั้งแต่ทำงานกิจกรรมในมหาวิทยาลัย”อี๊ดเล่า ค่ายสิทธิเด็ก ค่ายละคร ค่ายนักสืบสายน้ำ และอื่นๆ ก็ตามมามากมาย จากน้ำใจหมู่มิตร..
 
  จนกระทั่งปี 2540 กลุ่มจึงได้เริ่มคุยกันว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี จะทำให้มันเป็นเรื่องเป็นราวเลยจะดีหรือไม่ น้องๆในกลุ่มก็เริ่มโตขึ้นและความสนใจในงานพัฒนาสังคมก็รูปร่างชัดเจน ทุกคนลงความเห็นว่าเราควรทำงานกันต่อไป จากนั้นจึงได้เริ่มขอทุนสนับสนุนระยะยาว กองทุน sip คือก้าวแรกที่มั่นคงของกลุ่ม และอีกหลากหลายการสนับสนุนจากหลายๆ องค์กร ทั้งจากภาครัฐและเอกชน
 
  ซึ่งนั่นก็ทำให้แนวทางานพัฒนาเด็กของกลุ่มมีแนวทางที่ชัดเจนขึ้น จากร้านหนังสือเช่าน้ำใจ สู่เด็กในตลาด สู่เครือข่ายเด็กและเยาวชนในระดับอำเภอ และจังหวัด และเข้าร่วมแก้ไขความไม่เป็นธรรมในอีกหลายๆ เรื่องในพื้นที่ ภาคและส่วนกลาง
 
ปัญหาคือบททดสอบฝัน
   ปัญหาแรกที่เจอพอเริ่มทำกลุ่มคือ ข้อกล่าวหาว่าหลอกเด็กๆให้ทำงาน” แต่กลุ่มก็ไม่ได้ท้อแท้สิ้นหวังหากแต่ทำให้ความฝันเข้มแข็งขึ้น กลุ่มข้ามมาพ้นจากปัญหา จากการสร้างความเข้าใจที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นจากตัวเด็ก ที่มีพัฒนาการในทางที่ดีขึ้น รู้จักรับผิดชอบ ได้เข้าร่วมในงานสำคัญของชุมชน/อำเภอ ก็ทำให้คนในชุมชนมีความเข้าใจ และเข้ามาสนับสนุนกิจกรรมในเวลาต่อมา
 
  ส่วนปัญหาภายในองค์กรนั้น อี๊ดได้ให้เหตุผลไว้ว่า “ทุกที่มีปัญหากระทบกระทั่งกันทางความคิด ไม่เข้าใจกันเป็นเรื่องปรกติ มีงอนกัน แต่เราต้องช่วยกันแก้ไข คุยกันทางจิตใจมากขึ้น เอาเรื่องพุทธศาสนามาใช้ การมีสติ การให้อภัย การมีเมตรตา” ซึ่งก็ทำให้ปัญหาที่เคยหนักก็เบาขึ้น
 
ทุนน้ำใจขึ้นรูปความฝัน
  จากที่ต้องเหนื่อยกับการหาทุนเพื่อให้เด็กได้ทำกิจกรรมในระยะเวลาที่ผ่านมา วันนี้เข้าสู่ขวบปีที่ 10 มีองค์กรต่างๆ เข้ามาให้ความสนับสนุนกลุ่มได้ทำงาน ซึ่งก็ทำให้งานหลายๆ ด้านของกลุ่มมีความคืบหน้าเร็วขึ้น และคงไม่นาน ฝันอีกหลายๆ ฝันที่กำลังขึ้นรูปคงได้เติบโตอวดโฉมให้ใครได้ร่วมกันชื่นชม
 
  โรงเรียนโรงเล่น เกิดขึ้นบนผืนนาเก่า รกร้าง ไม่ห่างจากตลาดเขาดินมากนัก เด็กๆ เข้ามาใช้พื้นทีเรียนรู้ทั้งเรื่องการทำนา การสร้างบ้านด้วยดินและอื่นๆ
ที่เด็กสนใจ
 
  งานวัฒนธรรมชุมชน ....ที่บ้านเกิด ซึ่งจัดขึ้นในเดือนธันวาคมของทุกปี โดยจัดงานให้ผู้ใหญ่ในชุมชนได้มีเวทีถ่ายถอดความรู้ให้แก่ลูกหลานในอำเภอ เพื่อการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข
 
  ถึงวันนี้ คงไม่กล่าวเกินเลยไปนัก ที่จะกล่าวว่า ทุนน้ำใจทำให้กลุ่มรักษ์เขาชะเมาอยู่มาได้อย่างเข้มแข็งจนถึงปัจจุบัน ทุนน้ำใจจากหมู่มิตร ทุนน้ำใจจากคนในชุมชน อำเภอ จากหน่วยงานที่ให้ความสนใจ ซึ่งน้ำใจเหล่านั้นทำให้ ป่าใหญ่ ได้มีพื้นที่ให้ดอกไม้แห่งความดีงาม ได้งอกเงยแต่งแต้มให้สังคม แต่งแต้มจิตใจเด็กๆ ให้สวยงามคู่ป่าเขาชะเมา
 
  กลุ่มรักษ์เขาชะเมาคือ กลุ่มเยาวชนที่เป็นส่วนหนึ่งในการเริ่มก่อตั้งเครือข่ายเยาวชนเพื่อการพัฒนาเพื่อทำหน้าที่
ในการถ่ายเทความร่วมมือ ความคิด เพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชนที่ยั่งยืน

โดยเครือข่ายเยาวชนเพื่อการพัฒนา